ข่าววันนี้ » โซเชียล
Shambhala TS - 8 มกราคม 2564 | แก้ไข

คนงานโชว์ทักษะ ขนใบพัดกังหันยักษ์ข้ามเมืองขนาดเล็ก แถมถนนแคบสุดๆ

เวลาเห็นคนงานก่อสร้างขึ้นไปทำงานบนนั่งร้านตึกสูงชันโดยแบกปูนแบกอิฐไปทำงานด้วย ก็ให้รู้สึกหวาดเสียวและชื่นชมทักษะของเขาไปเสียทุกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาได้โชว์ให้เห็นมากยิ่งขึ้นอันเป็นข้อบ่งชี้ว่า พวกเขามีความสามารถพิเศษจริงๆ

 

ฮือฮากันถ้วนหน้า เมื่อปรากฏภาพการลำเลียงใบพัดขนาดยักษ์ถึง 220 ฟุต (ราว 70 เมตร) ของเครื่องกังหันลมโดยใช้รถลากขนแล่นไปตามทางผ่านเมืองเล็กๆที่มีถนนสุดคับแคบชวนให้หวาดเสียว โดยการขนย้ายในครั้งนี้ดำเนินการโดยบริษัทชื่อดังในภาคพื้นยุโรป ซึ่งได้โพสต์ภาพนี้ลงเว็บไซต์ LinkedIn จนกระตุ้นให้เกิดเสียงฮือฮาที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางวิศวกรรมในการเคลื่อนย้ายที่ชวนให้หวาดเสียวนี้ได้ โดยในโพสต์ระบุข้อความว่า "เสร็จสิ้นภารกิจเคลื่อนย้ายใบพัดกังหันสูง 67 เมตรผ่านเส้นทางสุดหฤโหดนี้เรียบร้อย"

 

แต่ก็มีหลายเสียงเช่นกันที่มองว่าทางบริษัทอาจตัดต่อภาพนี้ขึ้นมาเองหรือเปล่า เพราะมันดูน่าเหลือเชื่อเกินกว่าจะเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเส้นทางการขนย้ายนี้ทางรถลากพยายามเลี่ยงจุดชุมชนขนาดใหญ่ให้ได้มากที่สุด โดยจะยอมผ่านเฉพาะเมืองขนาดเล็กซึ่งต้องมีการขอความร่วมมือไปยังเทศบาลให้ช่วยดับกระแสไฟฟ้าสักระยะเวลาหนึ่ง จนกว่ารถพร้อมใบพัดยักษ์นี้จะเคลื่อนผ่านตัวเมืองออกไปได้อย่างราบรื่น ส่วนสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เป็นเพราะใบพัดกังหันเป็นส่วนประกอบเดียวที่ไม่สามารถถอดแยกชิ้นส่วนได้ จึงต้องขนกันมาทั้งใบแบบนี้

 

นอกจากนี้ หากจะให้ขนย้ายมาในลักษณะแนวนอนก็มิได้เพราะมันจะกินพื้นที่ถนนไปหลายเมตร อีกทั้งถนนที่ต้องขับผ่านยังคดเคี้ยวและเล็กแคบอีกด้วย จึงต้องติดตั้งใบพัดกับฐานล็อคบนรถลากแบบแนวตั้งและต้องมีพื้นที่ให้ยืดหยุ่นพอสามารถหมุนซ้าย-ขวา ขึ้น-ลงตามความขรุขระของเส้นทางอีกเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นการขนส่งในครั้งนี้ก็ยังไม่สามารถทำลายสถิติเมื่อปี 2016 ได้ลง เพราะในปีนั้นมีการขนย้ายใบพัดกังหันลมที่มีขนาดใหญ่ถึง 290 ฟุต (ราว 88 เมตร) โดยขับผ่านเป็นระยะทางข้ามประเทศเดนมาร์กเลยทีเดียว

 

ทั้งนี้ การขนส่งกังหันลมขนาดยักษ์ถือเป็นที่คุ้นเคยกันดีในประเทศแถบชนบทของยุโรป เนื่องด้วยการทำฟาร์มปศุสัตว์จำเป็นต้องใช้พลังงานจากกังหันลม และโรงงานผลิตยังตั้งอยู่ไกลจากจุดที่จะนำไปติดตั้งด้วย ทำให้ต้องมีการขนย้ายในลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง... 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: DailyMail




แสดงความคิดเห็น

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ