ข่าววันนี้ » โซเชียล
Shambhala TS - 15 กุมภาพันธ์ 2564 | แก้ไข

จากคนไร้บ้าน เปลี่ยนชีวิตตัวเอง จนกลายมาเป็น ศจ.มหาวิทยาลัย

ยกให้เรื่องนี้เป็นกำลังใจแก่ทุกคน กับเรื่องราวของหนุ่มไร้บ้านชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด เคยติดยามาก่อนจนชีวิตพัง จนปัจจุบันกลายมาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ราวกับได้ชีวิตใหม่

 

เจสซี ธิสเซิล เล่าตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของเขาก็ได้เรียนรู้โลกของอาชญากรรมมาก่อนที่จะจับดินสอเป็น เนื่องด้วยเกิดมาในครอบครัวที่แตกร้าว พ่อติดยาเสพติดกำลังอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม จนมาพบรักกับแม่ของเขาและให้กำเนิดเขาและน้องชายอีก 2 คน ตอนที่เขาอายุได้ 4 ขวบ พ่อของเขาได้พาตระเวนไปลักเล็กขโมยน้อยตามร้านขายของชำทั่วไป จนต่อมาพ่อแม่ของเขาก็แยกทางกันโดยที่เขาและน้องชายไปอยู่ในความดูแลของแม่

 

4 คนแม่ลูกอาศัยอยู่ที่ มูส จอว์ ประเทศแคนาดาด้วยกันจนกระทั่งพ่อของเขากลับเข้ามาในชีวิต พร้อมกับอ้อนวอนขอรับตัวลูกๆไปเลี้ยงโดยสัญญาว่าเขาจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก แม่ของเจสซีเห็นว่าพ่อของเขาเลิกแล้วจริงๆจึงอนุญาตให้เจสซีและน้องๆไปอยู่กับพ่อได้ แต่กลายเป็นว่าเจสซีต้องอยู่กับน้องชายตามลำพังในอะพาร์ตเมนต์ของพ่อเป็นเวลานานโดยที่ไม่มีอาหารกิน ส่วนตัวพ่อนั้นออกไปตระเวนหายาเสพเหมือนเดิม

 

เมื่อเพื่อนบ้านเห็นเรื่องที่เกิดขึ้น จึงแจ้งตำรวจจับพ่อของเจสซีข้อหาปล่อยปละลูก ทำให้เขาระหกระเหินไปอยู่ในความดูแลของบ้านเด็กกำพร้าหลากหลายแห่ง จนไปจบที่อาศัยอยู่กับปู่ย่าของเขา แน่นอนว่าชีวิตวัยเด็กที่เรียกได้เต็มปากว่า "มีปัญหา" ทำให้เจสซีเติบโตมาแทบจะตามรอยพ่อของเขาทุกอย่าง โดนเด็กที่โรงเรียนรังแก โดนหลอกให้เสพยาเพราะหลงคิดไปว่านี่เป็นทางออกของปัญหาที่ตัวเองเผชิญ

 

สุดท้าย เจสซีอนาคตดับสูญ เลิกเรียนกลางคัน ปู่ย่าไล่ออกจากบ้าน ไปขออยู่กับน้องชายทั้งสองคนที่แยกย้ายไปมีชีวิตที่ดีก็ประพฤติตัวย่ำแย่เพราะอาการติดยา ทำให้โดนไล่ออกมาอีก เจสซีจึงคิดได้ว่าชีวิตนี้คงจะอยู่ที่ไหนไม่ได้อีกนอกจาก "คุก" เขาจึงออกปล้นร้านค้าจนถูกตำรวจับกุมสมใจ แต่ภายในคุกเขาต้องพบเจอกับกระบวนการบำบัดอาการติดยาที่เข้าขั้น "โหดเหี้ยม" จนเขาแทบจะทนไม่ไหว แต่เมื่อเขารับบำบัดและปล่อยตัวออกมา เขากลับยังวนเวียนอยู่เส้นทางเดิมๆจนเข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่นอยู่หลายเดือน

 

แต่ในระหว่างที่เข้าคุกนั้น เจสซีสังเกตเห็นเพื่อนร่วมห้องขังคนหนึ่งผู้ที่ไม่เคยมีปัญหากับใคร กำลังใจจดจ่อกับการเรียนหนังสือ ตอนนั้นในใจเขาเริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเพื่อนนักโทษคนนั้นยังเรียนหนังสือได้ เขาก็น่าจะทำได้เช่นกัน หลังจากนั้นเจสซีจึงเริ่มเข้าหาเพื่อนนักโทษคนดังกล่าวมากขึ้น จนเขาแนะนำให้เจสซีเรียนหนังสือผ่านโครงการพัฒนาการศึกษาทั่วไป กับทางอนุศาสนาจารย์ทหารบกภายในเรือนจำ นับแต่นั้นเขาก็เริ่มเรียนหนังสืออย่างจริงจังโดยมีเพื่อนนักโทษช่วยกันทำการบ้านให้

 

หลังจากอยู่ในเรือนจำพร้อมกับเขารับการบำบัดจนเริ่มหายขาดแล้ว เจสซีได้ตัดสินใจจะเรียนต่อกับทางโครงการจนจบการศึกษามาด้วยคะแนนสูงสุดในรุ่นเมื่อปี 2008 ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความแน่วแน่ของเขานั้นคือศูนย์บำบัดฮาร์เวสต์ เฮาส์ ที่ซึ่งบุคลากรทุกคนช่วยกันผลักดันเจสซีให้หลุดพ้นจากชีวิตอันดำมืด และเมื่อเห็นว่าเจสซีฉายแววมากขึ้นแล้ว ทางศูนย์ฯ จึงได้เสนอชื่อเขาให้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคาร์ลตัน ที่นั่นเจสซีได้ระดมอ่านหนังสืออย่างหนัก สาดความรู้ใส่สมองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตัวเองทำการบ้านผ่านได้คะแนนดี และเมื่อได้คะแนนดีเขาก็เริ่มรู้สึกสะใจและมีกำลังใจเรียนต่อ

 

หลังจากจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยคาร์ลตัน เจสซีรีบศึกษาต่อทันทีที่มหาวิทยาลัยยอร์ก และทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนทางมหาวิทยาลัยขอจ้างเขาให้เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้ความร่วมมือกับการวิจัยศึกษาในหัวข้อการถูกขับไล่ของคนพื้นเมืองแคนาดา นำไปสู่สภาพชีวิตที่ติดอยู่ในวังวนความเจ็บปวดและสารเสพติดได้อย่างไร ปัจจุบันเจสซีได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยยอร์กด้วยคะแนนสูงสุด และเป็นคนพื้นเมืองคนแรกที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยผลงานอันสุดยอดนี้ทำให้บรรดาบริษัท ทีมนักวิทยาศาสตร์และอื่นๆอีกมากมายต่างรุมจีบตัวเขาให้ไปทำงานด้วย แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยยอร์กแห่งนี้เปรียบเหมือน "บ้านที่ชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่" เจสซีจึงตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อโดยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชีวิตของเขามาไกลมากจริงๆ...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Unilad




แสดงความคิดเห็น

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ